อันดับแรกคือ การตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ปัจจุบัน เราสามารถตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่มีความแม่นยำสูง โดยการตรวจหา DNA หรือ MRNA ของไวรัส HPV กลุ่มความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งได้ แนะนำให้ตรวจในผู้หญิงที่มีผ่านการเพศสัมพันธ์แล้ว ตั้งแต่อายุ 18ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แนะนำตรวจที่อายุ มากกว่า 36 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีนี้ การตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บมาก และถ้าผลปกติ เราสามารถเว้นการตรวจได้ 3-5 ปีขึ้นไป และหากเราตรวจพบความผิดปกติสามารถเข้ารับการรักษาก่อนจะกลายเป็นมะเร็งและหายจากการติดเชื้อ HPV ได้
อันดับสอง การฉีดวัคซีน HPVคือ วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ Human papilloma virus ซึ่งเป็นสาเหตสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด ทวารหนัก มะเร็งลำคอ และโรคหูดหงอนไก่ มีแบบ 4 และ 9 สายพันธุ์ให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละชนิดจะครอบคลุมเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน และมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งได้ 70-90% โดยแนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9ปี โดยในเด็กอายุ น้อยกว่า 15 ปี ฉีดเพียงแค่ สองเข็มห่างกัน หกเดือน ส่วนในผู้ใหญ่ ฉีดสามเข็ม ห่างจากเข็มแรก 2 และ 6 เดือน ยิ่งถ้าฉีดก่อนการมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ดีมาก โดยทั่วไป มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบได้คือ อาการปวด บวมแดง คันบริเวณที่ฉีด หรืออาจจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และผื่นคันตามตัว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
อันดับสาม คือ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยเฉพาะ การมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธุ์ ซึ่งถ้ามีอาการผิดปกติเหล่านี้ควรไปพบสูตินรีแพทย์ใกล้บ้านของท่านเพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ
บทความล่าสุด
ดูทั้งหมด >
2025-01-22
โรค Enterovirus มือ เท้า ปาก
โรค Enterovirus คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรหรือไวรัสในลำไส้ มักก่อให้เกิดอาการในกลุ่มเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี มีหลากหลายสายพันธุ์ แพร่เชื้อผ่านทางน้ำ อาหารที่ปนเปื้อน สารคัดหลั่ง มักพบการระบาดในสถานที่แออัดอากาศถ่ายเทไม่สะดวก >>>
อ่านเพิ่มเติม
2025-01-22
โรคไข้อีดำอีแดง
โรคไข้อีดำอีแดง หรือ Scarlet fever เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus group A โดยแพร่เชื้อผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการไอ จามรดกัน การสัมผัสผ่านทางมือโดยตรงหรือการใช้สิ่งของร่วมกัน มักพบในผู้ป่วยเด็กอายุ 5-15 ปี >>>
อ่านเพิ่มเติม